วัดดังอ่างทอง มาเที่ยวที่ อ่างทอง ก็ต้องมาทำกิจกรรมฉบับสายบุญ อย่างการทัวร์เที่ยวไหว้พระ วัดสวย นั่นเองค่า เราก็เลยรวมลิสต์วัดสวย วัดดัง ต่างๆ พระดังอ่างทอง มาให้ครบให้เลือกไปสักการะกันเลย กับ ใครชอบชมความงดงามของวัด ตามเรามาเที่ยวกันได้เลยจ้า
วัดดังอ่างทอง วัดม่วง เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย มีความโดดเด่นคือ องค์พระพุทธรูปที่มีขนาดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก นามว่า พระพุทธมหานมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็นเฉลิมพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 ในวโรกาสที่ครองสิริราชครบ 50 ปี อีกทั้งยังมีโบสถ์ที่สวยวิจิตรงดงาม ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติด้วยค่ะ
รวมถึงยังมีรูปปั้นจำลองแดนนรก แดนสวรรค์ และเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่แฝงคติสอนใจด้วยเช่นกันพระพุทธมหานมินทร์ศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ พระพุทธรูปที่ใหญ่สุดในโลก มีความสูงเทียบเท่าตึก 32 ชั้น ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 16 ปี ตั้งโดดเด่นเคียงคู่กับวิหารแก้วที่มีความวิจิตรงดงาม จากการใช้กระจกชิ้นเล็กๆ มาประดับตกแต่งทั้งหลัง ภายในมีพระพุทธรูปเนื้อเงินแท้ประดิษฐานเป็นพระประทาน บริเวณรอบวิหารยังมีสวนจำลองนรก – สวรรค์ จัดแสดงรูปปั้นแดนนรกและสวรรค์ไว้ ไหว้พระวัดดังอ่างทอง และแบบจำลองตัวละคนในวรรณคดีไทยหลายเรื่อง โดยมีป้ายคำสอนที่เหมาะแก่การพาบุตรหลานมาเที่ยวชม เพื่อปลูกฝังการทำความดี ละเว้นความชั่วอีกด้วย
วัดขุนอินทประมูล เป็นวัดโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย มีการประดิษฐาน พระนอนองค์ใหญ่ หรือที่เรียกว่า พระศรีเมืองทอง คือ พระพุทธไสยาสน์ที่มีขนาดใหญ่เป็นที่ 2 ของไทย มีความยาวถึง 50 เมตร พุทธลักษณะที่งดงาม ซึ่งน่าจะสร้างในสมัยเดียวกันกับพระนอนจักรสีห์ ที่สิงห์บุรีค่ะ อีกทั้งมีซากโบราณสถานวิหารหลวงพ่อขาว รายชื่อวัดในจังหวัดอ่างทอง และศาลรูปปั้นขุนอินทประมูล รวมถึงโครงกระดูกมนุษย์ ที่เชื่อว่าเป็นโครงกระดูกของขุนอินทประมูลอีกด้วยค่ะ
เป็นวัดโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัย ภายในประดิษฐาน พระนอนองค์ใหญ่ หรือ พระศรีเมืองทอง แห่งทุ่งโพธิ์ทอง เป็นพระพุทธไสยาสน์ที่มีขนาดใหญ่เป็นที่ 2 ของประเทศไทย รองจากวัดบางพลีใหญ่ สมุทรปราการค่ะ โดยองค์พระมียาวความถึง 50 เมตร มีพุทธลักษณะที่งดงาม อีกทั้งยังมีลักษณะและขนาดใกล้เคียงกับ พระนอนจักรสีห์ ที่สิงห์บุรี โดยสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นสมัยเดียวกันนั่นเอง
วัดฝาง เป็นวัดสวยที่มีความไม่ธรรมดาของ อ่างทอง และยังมี โบสถ์มหาอุตม์ ทรงเรือสำเภา ที่แกะสลักด้วยหินทราย เป็นศิลปะในร่วมสมัยขอมรัตนโกสินทร์ โดยใช้เวลาในการสร้างนานกว่า 20 ปีเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งโบสถ์แกะสลักหินทรายนี้ เป็นแห่งเดียวและแห่งแรกของอ่างทองนั่นเองค่ะ และภายในโบสถ์ ก็ประดิษฐาน พระศรีอริยเมตไตรย อายุราวๆ กว่า 200-300 ปีอีกด้วยค่ะ
วัดจันทรังษี เป็นวัดที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อโยก พระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะแบบอยุธยา อายุเก่าแก่กว่า 300 ปี นั่นเองค่ะ โดยมีเรื่องเล่ากันว่าพระพุทธรูปองค์นี้สามารถโยกไปมาได้ เลยเป็นสาเหตุของชื่อองค์พระ และพิกัดที่ต้องไปชมภายในวัด ก็จะมีทั้ง พระมหาวิหารจัตุรมุข พระโพธิ์สัตว์อวโลกิเตศวร เป็นต้น ถือว่าเป็นอีกวัดที่ต้องไม่พลาดเลยป็นวัดที่มีพื้นที่ตั้งอยู่ระหว่าง 2 ฝั่งถนน
โดยฝั่งทิศตะวันออกมี พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อโยก พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ประดิษฐานในพระอุโบสถ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะแบบอยุธยา และทางฝั่งตะวันตกเป็นที่ตั้งของ พระมหาวิหารจัตุรมุข ที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมงดงาม วิจิตร ที่บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในจังหวัดอ่างทอง
วัดท่าอิฐ สร้างขึ้นปี พ.ศ.2304 สันนิษฐานกันว่า เดิมน่าจะเป็นสถานที่ปั้นเผาอิฐที่จะนำไปก่อสร้างวัดขุนอินทประมูลนั่นเองค่ะ ทำให้เมื่อสร้างวัดขึ้นมา เลยตั้งชื่อว่า วัดท่าอิฐ ภายในอุโบสถประดิษฐานพระประธาน ชื่อว่า หลวงพ่อเพ็ชร และในวิหาร ประดิษฐานพระประธาน ชื่อว่า หลวงพ่อขาว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่สร้างในสมัยอยุธยาอายุกว่า 200 ปี และมี พระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง สีเหลืองทองเป็นเจดีย์สวยที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใครค่ะ
วัดสังกระต่าย เป็นวัดที่มีความแตกต่างจากวัดอื่นๆ คือ มีไฮไลท์อยู่ที่ ตัวโบสถ์จะมีต้นโพธิ์เก่าแก่ขนาดใหญ่ขึ้นปกคลุมรอบโบสถ์ถึง 4 ต้นด้วยกัน ภายในโบสถ์ประดิษฐาน หลวงพ่อแก่น หลวงพ่อวันดี หลวงพ่อศรี และ หลวงพ่อสุข ให้เราได้สักการะไหว้ขอพรกันค่ะ จริงๆ แล้ววัดนี้มีอายุกว่า 400 ปีเลยทีเดียว คาดว่าน่าจะถูกสร้างก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยาเลยค่ะ ซึ่งก็อยู่มาถึงในปัจจุบันให้ชาวบ้านได้สักการะกัน
วัดไชโยวรวิหาร หรือที่เรียกอีกชื่อว่า วัดเกษไชโย สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้วค่ะ มีความน่าสนใจอยู่ตรงที่ พระพุทธรูปปางสมาธิองค์ใหญ่ ที่มีชื่อว่า พระมหาพุทธพิมพ์ หรือ หลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวอ่างทองให้ความศรัทธานั่นเอง จนทำให้วัดไชโยวรวิหารนั้นมีชื่อเสียงขึ้นมาจนถึงในปัจจุบันค่ะวัดเกษไชโย แต่เดิมนั้นเป็นวัดราษฎร์ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาค่ะ
แต่ไม่พบประวัติชัดเจนว่าใครเป็นผู้สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม ได้สร้างพระพุทธรูปปางสมาธิองค์ใหญ่ มีชื่อว่า พระมหาพุทธพิมพ์ หรือ หลวงพ่อโต ขึ้น ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวอ่างทองให้ความศรัทธา บูชา ทำให้วัดไชโยวรวิหารมีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักขึ้นมาค่ะ
วัดต้นสน เป็นวัดเก่าแก่โบราณ มีการประดิษฐาน พระพุทธรูปปางสะดุ้งมาร สมเด็จพระพุทธนวโลกุตตรธัมมบดีศรีเมืองทอง ที่เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ หล่อด้วยโลหะทั้งองค์ ลงรักปิดทองคำแท้ มีพุทธลักษณะที่งดงามอยู่ภายในวัดค่ะ ภายในโบสถ์ก็มีศิลปะภาพเขียนฝาผนังที่สวยงดงามด้วยเช่นกัน รวมไปถึง หลวงพ่อดำ พระพุทธรูปศิลปะสมัยอยุธยาอายุกว่าร้อยปี ที่นักท่องเที่ยวหลายคนมาไหว้เพื่อเสริมสิริมงคลกันค่ะ
มากันที่อีกวัดเก่าแก่ที่มีชื่อว่า วัดบ้านพราน แต่ว่าสร้างขึ้นเมื่อใดนั้นไม่ได้มีหลักฐานปรากฏค่ะ แต่จากคำบอกเล่าน่าจะสร้างในช่วงปีพ.ศ.1826-1870 หรือประมาณปลายสมัยกรุงสุโขทัย ภายในมีวิหารที่ประดิษฐาน หลวงพ่อไกรทอง โดยเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ปางสมาธิ ที่ชาวบ้านเคารพและเชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมากค่ะ และมีส่วนของ พิพิธภัณฑ์ศรีบ้านพรานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ให้ได้เดินชมกันด้วยค่ะ
วัดสี่ร้อย วัดเก่าแก่ที่อยู่ใน อำเภอวิเศษชัยชาญ ริมฝั่งแม่น้ำน้อย โดยมีอายุประมาณ 200 ปี แม้ว่าจะไม่ได้มีหลักฐานการสร้างที่แน่นอนค่ะ แต่คาดว่าน่าจะสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ขุนรองปลัดชูและชาวบ้านวิเศษชัยชาญ 400 คน ที่เสียชีวิตจากสงครามระหว่างไทยกับพม่าในสมัยอยุธยาค่ะ ซึ่งชื่อวัดก็น่าจะได้มาจากสี่ร้อยคนนั่นเอง ที่สำคัญไปวัดนี้ก็ต้องไปไหว้ขอพร หลวงพ่อโตวัดสี่ร้อย หรือ หลวงพ่อร้องไห้ พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์องค์ใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางแจ้งค่า
วัดป่าโมกวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสุโขทัย เดิมเรียกว่า วัดใต้ท้ายตลาด ภายในวัดมี พระวิหารพระพุทธไสยาสน์ สร้างในรัชสมัยพระเจ้าท้ายสระ เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมอยุธยาตอนปลายแท้ๆ ซึ่งมีรูปทรงหลังคาเป็นฐานวิหารอ่อนโค้งรูปสำเภา ที่งดงามค่ะ ภายในพระวิหารประดิษฐาน พระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา มีความยาวประมาณ 24 เมตร
โดยมีประวัติเล่ากันสืบต่อมาว่า พระพุทธรูปองค์นี้ลอยน้ำมาจมอยู่หน้าวัด ชาวบ้านจึงบวงสรวงแล้วชักลากขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำในพระราชพงศาวดารกล่าวว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ก่อนจะยกทัพไปรบกับพระมหาอุปราชได้ เสด็จมาชุมนุมพลและถวายสักการะ บูชาพระพุทธรูปองค์นี้ ในปี พ.ศ.2269 อีกด้วยเป็นวัดเก่าแก่สมัยสุโขทัย เดิมเรียกว่าวัดใต้ท้ายตลาด
วัดป่าโมกมีสิ่งสำคัญหลาย ๆ ประการ คือ พระวิหารพระพุทธไสยาสน์ เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมอยุธยาตอนปลายโดยแท้ มีรูปทรงหลังคาเป็นฐานวิหารอ่อนโค้งรูปสำเภา ไม่สูงมากนักเป็นหลังคาลด 2 ชั้น ต่อด้วยปีกนกด้านละ 2 แถบ มี 9 ห้อง เจาะช่องหน้าต่างด้านละ 7 บาน ด้านหน้าเจาะเป็นประตู ทางเข้าประตูเขียนลายรดน้ำลายพุ่มทรงข้าวบิณฑ์ก้านแย่งยอดพระพุทธไสยาสน์ ก่อด้วยอิฐปูนปั้นลงรักปิดทองทั้งองค์ นอนตะแคงขวาแบบสีหไสยา มีความยาวจากพระเมาลีถึงพระบาท 22 เมตร พระเศียรหนุนพระเขนย รูปทรงกระบอก 3 ใบ ลดหลั่นกันจากใหญ่ขึ้นไปหาเล็กแล้วคลุมด้วยผ้าทิพย์จัดเป็นผ้าทิพย์ที่มีลวดลายวิจิตรงดงามที่สุด
